สายพันธุ์ของกาแฟจากทั่วโลก มีอยู่ประมาณ 500 สายพันธุ์ และยังสามารถย่อยลงไปได้อีกมากกว่า 6,000 ชนิดแต่หากต้องการจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ อาจแบ่งเหลือเพียง 3 กลุ่มคือ
“อาราบิก้า” ถือว่าเป็นกาแฟพันธุ์ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีส่วนแบ่งของตลาดโลกอยู่ประมาณ 70-75% ของทั้งหมด ขนาดของลำต้นสูงประมาณ 20 ฟุต ปลูกได้ดีในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพราะอากาศเย็น ในเมืองไทยนิยมปลูกมากบนดอยสูง เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ฯลฯ ส่วนตัวเมล็ดมีขนาดใหญ่โปร่งแสงเล็กน้อย มีกลิ่นหอม (Aroma) และมีความเป็นกรด(Acidity)สูง ส่วนมากในหนึ่งผลจะมีเมล็ดอยู่ 1คู่ถ้ามีเมล็ดเดียวเราจะเรียกผลนั้นว่า “พีเบอร์รี่(Peaberry)” แต่ถ้าในหนึ่งผลมีเมล็ดถึง 4 เมล็ดหรือมากกว่านั้น เราถือว่าเป็นพันธุ์ชั้นเยี่ยม
“โรบัสต้า” เป็นพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกเป็นอันดับสองรองจากอาราบิก้า ต้นที่โตเต็มที่จะมีขนาดลำต้นสูงประมาณ 30-35 ฟุต ปลูกง่ายให้ผลผลิตสูงเทียบกับอาราบิก้าแล้ว ให้ผลมากกว่าถึง 1 เท่าตัวต่อหนึ่งต้น และมีค่าคาเฟอีนประมาณ 2% (อาราบิก้ามีค่าคาเฟอีนอยู่ประมาณ 1%) ในเมืองไทยนิยมปลูกมากในภาคใต้ เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช ฯลฯ ผลของมันจะมีขนาดเล็กกว่าอาราบิก้า เนื้อหนาแน่น เมล็ดมีลักษณะกลม ส่วนใหญ่นิยมเอามาทำกาแฟสำเร็จรูป(Instant Coffee) และในเอเชียโรบัสต้าที่มาจากประเทศเวียดนามถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพดี
“ไลเบริก้า” เป็นสายพันธุ์ที่ไม่นิยมปลูกในประเทศไทย ลักษณะและคุณภาพคล้ายกับโรบัสต้า ส่วนมากมักมาจากทวีปแอฟริกา
นอกจากสายพันธุ์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมาย ที่ทำให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนไป ไม่ว่า น้ำ ดิน ฟ้า อากาศ หรือสถานที่ปลูก ซึ่งแน่นอนเลยว่ากาแฟพันธุ์เดียวกัน ปลูกกันคนละสถานที่ ผลผลิตและรสชาติก็ออกมาแตกต่างกัน
UK Coffee used Arabica 100%